วันนี้ (15 ก.ย.65) ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา หัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Thiravat Hemachudha ในหัวข้อ “กินพริกช่วยคุณได้ ป้องกันโรคพาร์กินสัน” โดยระบุว่า

ทราบๆกันอยู่ คนที่เป็นโรคพาร์กินสัน ตัวแข็ง หน้าตาย เคลื่อนไหวช้า จะมีสั่นหรือไม่สั่นก็ตาม ยังไม่มียารักษาให้หายขาด ทั้งนี้ยาที่ใช้ทั้งหมดเป็นแค่บรรเทาให้เคลื่อนไหวสะดวกขึ้น โดยมีข้อแม้ ไม่อัดยามากจนเกินไป จนวิ่งได้เพราะจะเกิดผลข้างเตียง โรคไปเร็วจนน่าใจหาย และเสียชีวิตในเวลาอันสั้น เคยได้เรียนให้ทราบแล้วว่าการรำมวยจีนไทยเก็ก (Tai-Chi) ช่วยให้มีแรงมากขึ้น ไม่ต้องเพิ่มยา ช่วยสมดุลการทรงตัว และยังอาจลดยาได้อีก เหล่านี้พิสูจน์แล้วและเป็นข้อปฏิบัติทั้งในสหรัฐและยุโรป ในขณะที่เมืองไทยกลับเฉยๆ
นอกจากนั้นการกินสารช่วยรสหวานไร้น้ำตาล ตามที่มีการศึกษาในสัตว์ทดลอง ที่มีแมนนิทอล (mannitol) ก็อาจช่วยป้องกันชะลอโรคได้
รายงานในวารสารประสาทวิทยา (Annals of neurology) เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2556 พบว่า การกินพริก (ไม่ใช่พริกไทย) ทำให้ลดความเสี่ยงของการเป็นโรคพาร์กินสัน
พริกอยู่ในตระกูล Solanaceae (capsicum และ solanum) เช่นเดียวกับยาสูบ มีหลักฐานมากมายมหาศาลไม่ต่ำกว่า 60 รายงาน ที่พบว่าคนสูบบุหรี่มีโอกาสเป็นพาร์กินสันน้อยลง แต่ไม่มีใครอยากตายจากมะเร็ง โรคปอดจากการสูบบุหรี่
รายงานนี้จับประเด็นตรงที่พริกมีปริมาณนิโคติน สูง ดังนั้น อาจจะให้ผลเหมือนกับการสูบบุหรี่ จากการประเมินผู้ป่วยพาร์กินสัน 490 ราย เทียบกันคนปกติ 644 ราย เกี่ยวกับการรับประทาน อาหารและชนิดของเครื่องปรุง พบว่าคนที่บริโภคพืชที่อยู่ในตระกูล Solanaceae สัมพันธ์กับการไม่เกิดโรคพาร์กินสัน และชะลอโรค เมื่อเป็นแล้ว
แต่ชนิดของอาหารที่สำคัญที่สุดคือพริก และลดความเสี่ยงได้ถึง 30% แม้แต่มะเขือเทศจะอยู่ในตระกูลเดียวกัน แต่ประโยชน์ที่ได้ดูจะน้อยกว่าพริก ทั้งนี้อาจจะเป็นจากการที่มะเขือเทศมีปริมาณนิโคตินน้อยกว่า อย่างไรก็ตาม ยังไม่ทราบว่านิโคตินอย่างเดียวหรือมีสารอื่นๆในพริกที่ช่วยป้องกันไม่ให้เกิดพาร์กินสัน

ณ ปัจจุบันโรค โรคสมองเสื่อมอัลไซเมอร์และพาร์กินสันเริ่มจะทราบว่ามีกลไกพยาธิกำเนิดคล้ายกันในแง่ของการเกิดสารพิษ และการส่งทอดถ่ายสารพิษไปตามเครือข่ายโยงใยประสาท รวมทั้งตัวดัชนีชีวภาพ (biomarker) ก็พ้องใกล้เคียงกันหลายตัว
เพราะฉะนั้นคงไม่แปลกนะครับถ้าจะเคียงพริกเข้าประกอบในเมนูหรือเครื่องปรุงอาหาร อย่างน้อยก็ดีกว่าต้องกินยาเป็นกำๆนะครับ
หมออย่างเราๆต้องเปลี่ยนทัศนคติ ความคิดที่จะใช้ยาเพื่อให้อาการของโรคดูดีขึ้น แต่ไม่พยายามป้องกัน ชะลอการลุกลามของโรค
การปฏิบัติตัวให้ถูกต้อง ชนิดของอาหาร การออกกำลัง เป็นสิ่งที่ต้องไม่ละเลย และหมอเราเองต้องติดตาม ความรู้เหล่านี้ทำให้เราบอกแนะนำคนไข้ได้เต็มปาก เต็มใจ ไม่ใช่พูดไปตามสูตร แม้แต่ตัวเองยังขี้เกียจทำ
ที่มา – ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา Thiravat Hemachudha
Ⓜ️ เรื่องที่น่าสนใจ |

ทุเรียน ผลไม้ ที่มีคุณค่าทางโภชนาการ มีรสชาติหวานมัน ในทางการแพทย์แผนไทยพบว่ามีสรรพคุณทางยา โดยเนื้อหุ้มเมล็ดที่มีรสหวาน กินแล้วรู้สึกร้อน ช่วยแก้โรคผิวหนัง ทำให้ฝีแห้งและขับพยาธิ ทุเรียน ผลไม้ที่มีสารโพแทสเซียมสูง ช่วยในเรื่องของการลดความดันโลหิต ที่เป็นปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่โรคหัวใจและหลอดเลือดต่างๆ เช่น โรคหลอดเลือดสมอง โรคหัวใจ โรคความดันโลหิต นอกจากนี้ในทุเรียนนั้นยังมีใยอาหารและไขมันไม่อิ่มตัวสูง ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่อาจนำไปสู่โรคหัวใจได้ ทุเรียนช่วยเรื่องระบบย่อยอาหาร ในทุเรียนนั้นมีพรีไบโอติก (Prebiotic) สารอาหารที่ไม่ถูกย่อยในกระเพาะอาหารและจะไม่ดูดซึมในลำไส้เล็ก พรีไบโอติกนี้จะเป็นแหล่งอาหารชั้นดีของจุลินทรีย์ดีที่อยู่ในลำไส้ ช่วยเพิ่มการทำงานของระบบย่อยอาหาร และช่วยให้สุขภาพของลำไส้แข็งแรง นอกจากนี้ในทุเรียนนั้นก็ยังมีใยอาหารสูง ทำให้ขับถ่ายได้ดี และช่วยป้องกันท้องผูก ทุเรียน ช่วยป้องกันโรคขาดสารอาหารในผู้สูงอายุ เนื่องจากทุเรียนนั้นเป็นผลไม้ที่มีสารอาหารมากและมีคุณค่าทางโภชนาการสูง การรับประทานทุเรียนจึงสามารถช่วยป้องกันการเกิดโรคขาดสารอาหาร ที่พบได้มากในหมู่ผู้สูงอายุ เนื่องมาจากหลายๆ ปัจจัย เช่น เบื่ออาหาร การเผาผลาญผิดปกติ และรับประทานอาหารได้น้อยลง ทุเรียนนั้นนอกจากจะมีสารอาหารมากแล้ว ยังให้พลังงานสูง มีวิตามินสำคัญร่างกายต้องการ แถมยังมีเนื้อนิ่ม รับประทานง่าย แม้แต่ผู้สูงอายุที่ฟันไม่ดีก็ยังสามารถรับประทานได้ง่าย ข้อควรระวังในการกินทุเรียน ทำไมห้ามกินทุเรียนพร้อมกับดื่มเหล้า การรับประทานทุเรียนพร้อมกับดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นั้นเป็นเรื่องที่อันตรายมาก…

เหงือกปลาหมอนั้น เป็นสมุนไพรใกล้ตัว สมุนไพรชายน้ำ หรือ เรียกว่าสมุนไพรชายเลนก็ได้ ช่วยรักษาโรคได้มากมายหลายชนิด เหงือกปลาหมอ ยังมีสรรพคุณ แก้หวัด แก้หอบหืด ความดันโลหิตสูง ความดันโลหิตต่ำ ริดสีดวงทวาร จนมีคนกล่าวว่าเป็นสมุนไพรรักษาได้สารพัดโรค เขาจึงแนะนำให้กินเป็นยาอายุวัฒนะ ราก สรรพคุณช่วยขับเสมหะ เป็นยาอายุวัฒนะ จากเว็บแก้หืด แก้อัมพาต บำรุงประสาท รักษามุตกิดระดูขาว ต้น รสเค็มกร่อย สรรพคุณแก้ปวดศีรษะ ช่วยถอนพิษ แก้ลมพิษ แก้พิษฝีดาษ ถ้าใช้ทาจะช่วยโรคเหน็บชาได้ ใบ รสเค็มกร่อยร้อน สรรพคุณช่วยรักษาแผลอักเสบ แก้โรคผิวหนัง แก้ไข้ แก้ปวดต่างๆ รักษากลากเกลื้อน ใช้นำคั้นจากใบนำมาทาศีรษะ จะช่วยในการบำรุงรากผม ผล รสเผ็ดร้อน สรรพคุณช่วยถอนพิษ ขับโลหิต เมล็ด รสเผ็ดร้อน สรรพคุณช่วยขับน้ำเหลืองที่เสีย ขับพยาธิ ปิดพอกฝี ใช้เหงือกปลาหมอทั้ง 5 (ราก,ต้น,ใบ,ผล,เมล็ด)…

อาหารไทยปักษ์ใต้ ‘สะตอ' เรียกได้ว่าหลายๆคนคงรู้จักกันดีกับผักพื้นบ้านของทางภาคใต้ ที่หาทานได้ทั่วไป สะตอมีกลิ่นแรง แต่รสชาติก็ยังเป็นที่ถูกใจของใครหลายคน นำมาทำอาหารรับประทานได้หลายอย่าง ไม่ว่าจะนำมาผัด กินกับน้ำพริก กินคู่ส้มตำ ก็อร่อยไม่แพ้กัน หลากคนอาจจะไม่ชอบทานสะตอเพราะมีกลิ่นแรง เรามีวิธีดับกลิ่นสะตอ ประโยชน์และสรรพคุณของสะตอ 1. สะตอมีส่วนช่วยบำรุงสายตา 2. ช่วยทำให้เจริญอาหาร 3. ช่วยป้องกันหลอดเลือดอุดตัน 4. ช่วยลดความดันโลหิต 5. ช่วยทำให้เม็ดเลือดแดงเกาะกลุ่มกันได้ดีขึ้น 6. มีผลต่อการแบ่งตัวของเซลล์ 7. ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด 8. เชื่อว่าการรับประทานเป็นประจำจะช่วยป้องกันการเกิดโรคเบาหวานได้ 9. ช่วยขับลมในลำไส้ 10. ช่วยกระตุ้นการบีบตัวของลำไส้ 11. ช่วยในการขับปัสสาวะ 12. สะตอมีฤทธิ์เป็นยาระบาย ช่วยในการขับถ่าย 13. แก้ปัสสาวะพิการ 14. ช่วยแก้ไตพิการ 15.ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย 16.ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อราา วิธีดับกลิ่นสะตอ -ก่อนนำไปปรุงอาหาร ให้ลวกสะตอด้วยน้ำร้อนแล้วล้างน้ำอีกรอบ ก็จะช่วยดับกลิ่นเหม็นเขียวของสะตอได้ดี -ใหกินมะเขือเปราะตามไปประมาณ…